API : APPLICATION PROGRAMMING INTERFACE

API

API : APPLICATION PROGRAMMING INTERFACE

API : Application Programming Interface

API : Application Programming Interface ส่วนต่อประสานโปรแกรมประยุกต์ โปรโตคอล ที่ใช้ในการสร้าง Software หรือ Application จะช่วยให้ Software ของเราติดต่อสื่อสารกับ Software หรือ Application อื่นได้และยังสามารถร้องขอ ข้อมูลได้ว่าต้องการข้อมูลรูปแบบไหน ส่วนฝั่งผู้รับ ก็สามารถกำหนดได้ว่าให้แสดงรูปแบบใด หรือตามที่เราออกแบบโครงสร้างไลบรารี

API ถูกใช้งานใน Software หรือ Application เพื่อสื่อสารกับผู้ใช้งานโดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้โครงสร้างภายในของระบบ หลายบริษัทมีการเปิด API ให้ภายนอกเข้ามาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Facebook  google Twitter เพื่อให้ผู้พัฒนาสามารถไปต่อยอดขยายฐานลูกค้า หรือใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้อีกด้วย

ประโยชน์ของ API  

– ช่วยในการพัฒนา Application ได้ง่ายและรวดเร็ว

– สามารถได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะดึงข้อมูลโดยตรงจากผู้ให้บริการ

– ลดปัญหาเรื่องการทำฟังก์ชั่น เรื่องความปลอดภัยของ Application

– มีข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว พร้อมยังสามารถใช้งานได้ทันที

– สามารถรับส่งข้อมูลข้าม Server ข้ามพรมแดนได้แบบไร้ขอจำกัด

Types of APIs หรือ ประเภทของ API

– Public APIs : เปิดเผยต่อสาธารณะโดยมีข้อจำกัดเพียงเล็กน้อย จะต้องลงทะเบียน ใช้คีย์ API หรือ OAuth เพื่อเข้าใช้งาน

– Partner APIs : เปิดเผยให้กับคู่ค้าทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และยังกำหนดสิทธิ์เฉพาะในการเข้าถึง

– Internal APIs : API ส่วนตัว เปิดเผยให้เข้าถึงเฉพาะระบบภายในเท่านั้น เพื่อไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้นักพัฒนาภายในองค์กร

– Composite APIs : รวมข้อมูลหรือบริการ API หลายรายการ โดยใช้ความสามารถในการประสาน API เข้าด้วยกันอนุญาตให้เข้าถึงปลายทางได้แบบหลายจุด

USER-GENERATED CONTENT BOOT SEO

USER-GENERATED CONTENT BOOT SEO

User-Generated Content (UGC) User-Generated Content (UGC) เนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยผู้ใช้ หรือ ผู้ใช้บริการของเว็บไซต์ หรือ แพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเป็นผลลัพธ์จากความสนใจ ประสบการณ์และการแบ่งปันของผู้ใช้ เนื้อหาสามารถเป็นข้อความ เรื่องราว รีวิว คอมเมนต์ รูปภาพ วิดีโอ และอื่น ๆ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่ใช่ผู้ดำเนินกิจการหรือเจ้าของเว็บไซต์เอง ประโยชน์ของการใช้ User-Generated Content ช่วยทำให้ SEO ดีขึ้น : เพิ่มความน่าเชื่อถือและความน่าสนใจ: UGC เป็นเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยผู้ใช้จริง ๆ ซึ่งสามารถสร้างความน่าเชื่อถือและความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์ของคุณ สร้างปริมาณเนื้อหา: การมี UGC ที่มากพอสมควรจะช่วยเพิ่มปริมาณเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งสามารถช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีข้อมูลมากขึ้นและเพิ่มโอกาสในการติดอันดับในการค้นหา บูสต์การติดอันดับในการค้นหา: การมี UGC ที่เกี่ยวข้องและมีความสอดคล้องกับคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการปรากฏในผลการค้นหาและบูสต์การติดอันดับของเว็บไซต์ของคุณ ข้อดีของการใช้ User-Generated Content : ความสนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วม: UGC ช่วยสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้กับเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของคุณ การสร้างชุมชนและความเชื่อมั่น: ผู้ใช้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างชุมชนออนไลน์และสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์หรือธุรกิจของคุณ ความแตกต่างและความน่าสนใจ: UGC ช่วยเพิ่มความแตกต่างและความน่าสนใจให้กับเว็บไซต์ของคุณ ด้วยความหลากหลายของเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น ระหว่างเว็บไซต์ที่มี User-Generated Content กับที่ไม่มี เว็บไซต์ User-Generated Content แตกต่างกันอย่างไร : การวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ User-Generated Content และข้อดีอื่น ๆ ที่มีผลต่อ SEO ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และแนวโน้มของแต่ละเว็บไซต์ อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้วเว็บไซต์ที่มี User-Generated

Read More »

สำหรับธุรกิจรับทำเว็บไซต์ การติดอันดับด้วย SEO

ธุรกิจรับทำเว็บไซต์ เช่น TTT-WEBSITE ต้องการเน้นการมองเห็นในคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง เช่น “รับทำเว็บไซต์”, “ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก”, หรือ “ทำเว็บ WordPress” การทำ SEO จะช่วยเพิ่มอันดับ และปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ กลยุทธ์ SEO • วิจัยคำหลัก (Keyword Research) : ใช้เครื่องมือ เช่น Google Keyword

Read More »
Dwell Time

Dwell Time

Dwell Time Dwell Time ในบล็อกโพสต์นี้ จะให้คำจำกัดความที่ชัดเจนอธิบายว่าเหตุใดจึงมีความสำคัญใน SEO และ ต้องแสวงหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพ Dwell Time คือระยะเวลาระหว่างช่วงเวลาที่ผู้ใช้คลิกที่ผลการค้นหา และในช่วงเวลาที่ผู้ใช้กลับไปที่หน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา (Search Engine) เวลาที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา(SEO) มีความสำคัญเนื่องจากมีศักยภาพในการบอกเครื่องมือค้นหาว่า หน้าเว็บ มีประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างไร หากผู้ใช้คลิกผ่านไปยังหน้าเว็บจากผลการค้นหา แต่หลังจากดูอย่างรวดเร็วแล้วกดปุ่มย้อนกลับบนเว็บเบราว์เซอร์ แสดงว่าหน้าเว็บนั้นไม่ได้ให้ข้อมูลที่ต้องการ แต่ถ้าผู้ใช้คนนั้นค้างอยู่บนหน้านั้นสักพักก่อนที่จะกลับไปที่ผลการค้นหา (หรือไม่กลับไปที่ผลการค้นหาเลย) เนื้อหานั้นจะส่งสัญญาณไปยังเครื่องมือค้นหา (Search Engine) ว่าหน้านั้น ตรง กับคำค้นหาที่ผู้ใช้งานต้องการ จากนั้นเครื่องมือค้นหา (Search Engine) สามารถใช้สัญญาณนั้นเพื่อตัดสินใจว่าจะแสดงหน้าเว็บนั้น สำหรับคำค้นหาที่คล้ายกันในอนาคตหรือไม่ Search

Read More »
USING 7 STEPS TO BOOST SEO

USING 7 STEPS TO BOOST SEO

7 วิธีการ Boot SEO การใช้ Boot SEO ในเว็บไซต์จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีการแสดงผลดีในผลการค้นหา และเพิ่มโอกาสในการเพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ และสร้างโอกาสในการทำธุรกิจออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 7 วิธีการ Boot SEO ในเว็บไซต์คุณสามารถนำเอาหลักการ และเทคนิคทางการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO ได้ เช่น : การเลือกและใช้คำสำคัญ (Keywords) : ทำการวิเคราะห์และเลือกคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์คุณ เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา การเขียนเนื้อหาคุณภาพ (Quality Content) : สร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง มีความน่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน โดยใช้คำสำคัญและปรับใช้เทคนิค SEO ในการเขียนเนื้อหา เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณได้รับการรับรองจากเครื่องมือค้นหา การสร้างลิงค์ (Link Building) : สร้างลิงค์ที่มีคุณภาพจากเว็บไซต์อื่น ๆ มายังเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความสำคัญของเว็บไซต์ การปรับแต่งโครงสร้างเว็บไซต์ (Website Structure) : สร้างโครงสร้างเว็บไซต์ที่เป็นมาตรฐาน มีการจัดหน้าและลิงค์ภายในเว็บไซต์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและเข้าใจง่ายสำหรับผู้ใช้ การใช้ Meta Tags : ใช้ Meta Tags เพื่อให้เครื่องมือค้นหาและผู้ใช้เข้าใจเนื้อหาของเว็บไซต์คุณ ซึ่งรวมถึง Meta Title, Meta Description, และ Meta

Read More »

SEO Exotic คือ กลยุทธ์การทำ Search Engine Optimization (SEO)

SEO Exotic คือ กลยุทธ์การทำ Search Engine Optimization (SEO) ที่เน้นความสร้างสรรค์ และความแตกต่าง โดยใช้เทคนิคที่ไม่เหมือนใครเพื่อปรับปรุงอันดับเว็บไซต์ในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา เช่น Google มุ่งเน้นการดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้วยเนื้อหาที่มีข้อมูลเชิงลึกและไม่ซ้ำกับกระแสหลัก เทคนิคที่ใช้รวมถึง:   • การเลือกคำหลักเฉพาะเจาะจง : เน้นคำค้นหาที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เช่น “เทคโนโลยี AI สำหรับ SME”

Read More »

การผสมผสานกลยุทธ์การตลาดสำหรับ GEN-Y และ GEN-Z สร้างความเชื่อมโยงผ่านคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน

ในยุคที่ตลาดผู้บริโภคถูกขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ การตลาดดิจิทัลจำเป็นต้องผสมผสานกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของ GEN-Y (Millennials) และ GEN-Z เพื่อสร้างความผูกพันที่ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ GEN-Y ซึ่งเกิดระหว่างปี 1981-1996 และมีอายุราว 29-44 ปีในปัจจุบัน มักให้ความสำคัญกับคุณค่า และประสบการณ์ที่ยั่งยืน โดยพวกเขามีกำลังซื้อสูง และมองหาแบรนด์ที่ช่วยเสริมสร้างชีวิตที่ดีขึ้น   ในขณะที่ GEN-Z ซึ่งเกิดระหว่างปี 1997-2012 และมีอายุ 13-28

Read More »