TRAFFIC คืออะไร ?

traffic คืออะไร

TRAFFIC คืออะไร ?

Traffic คืออะไร ?

Traffic คือ จำนวนคนเข้าเว็บไซต์ เรียกว่า Unique IP Traffic การจัดอันดับคะแนนจากการเข้าอ่านบทความ หากมีการใช้เวลาอยู่ในหน้าบทความนั้นนาน ยังมีผู้คนชม หรือเข้ามาอ่านจำนวนมากจะส่งผลให้ มีอันดับที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยไม่ต้องอาศัย Backlink ในการช่วยดันอันดับเลย เพราะบทความที่ดี คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ  ส่งผลให้มีคนเข้ามาอ่านจำนวนมากเป็นเรื่องปกติ ทำให้ติดหน้าแรกของ Google ได้อย่างรวดเร็ว ติดอันดับยาวนาน

การทำอันดับบน Google Search ให้เว็บไซต์สนับสนุน Search Engine อย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ Keywords หลักและ Keywords รองของเว็บไซต์ เพื่อเป็นการเลือกใช้คีย์เวิร์ด ให้ตรงกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ นอกจากนั้นการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดยังเป็นการทำให้ทราบว่า คีย์เวิร์ดนั้นมีการค้นหาเฉลี่ยกี่ครั้งต่อเดือน และควรปรับเว็บไซต์อย่างไรให้ Google ทราบว่า Backlinks ควรใช้ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะติดอันดับการค้นหา เช่นกับ การปรับเนื้อหาในเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการของระบบค้นหา และมีบทความที่ครบถ้วนเกี่ยวข้องกันทั้งหมด

– การปรับ On-page SEO  เนื้อหาภายในเว็บนั้นเป็นที่น่าสนใจ และมีสาระความรู้ทำให้ผู้คนติดตาม ก็จะมีคนชอบบทความของเราส่งผลให้มีคนอ่านและแชร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนั้นส่งผลให้ SEO นั้นติดหน้าแรก

– การปรับ Off-page SEO เพื่อติดอันดับ Google Search ขณะนี้มี Web จำนวนมากติดอันดับการค้นหาโดยไม่มี Off Page Link มาดันเพจมีอัตราการตีกลับ Bounce Rate ต่ำ คือ มีคนเข้าดูและใช้เวลาอยู่กับหน้านั้นนานๆ แสดงว่าบทความนั้นมีคุณภาพ  แต่คะแนน Backlinks นั้นยังมีคาวมสำคัญอยู่ในยุคปัจจุบัน ถึงทาง Google จะยกเลิกการใช้ Backlinks มาเป็นปัจจัยในการคำนวณคะแนนอันดับผลการค้นหา Search engine Result Pages (SERPs) แต่ไม่ได้หมายความว่ายกเลิกการใช้งานทั้งหมด เพราะลิงก์จากบทความคุณภาพ คีย์เวิร์ด ก็สามารถช่วยในการจัดอันดับได้ดี การปรับ Off Page จึงไม่ได้อาศัยแค่คุณภาพของลิงก์ที่เชื่อมโยงไปยังเว็บหลัก แต่ควรให้ความสำคัญกับคนที่เข้ามาอ่านบทความ เมื่อผู้อ่านคลิกเข้าเว็บไซต์ เราจะได้รับค่า Refferal จาก Web และแบ็คลิงค์ของเราก็ได้รับค่า Google Refferal ทำให้คุณภาพมีการส่งต่อไปยังหน้าหลักของเรา สรุปว่าปัจจัยด้าน Off Page เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญและเน้นคุณภาพไม่น้อยไปกว่าหน้าเว็บหลัก

Cr, rampagesoft

Omnichannel Marketing

Omnichannel Marketing

Omnichannel Marketing การตลาดแบบหลายช่องทาง การตลาดในรูปแบบ Omnichannel การรวมช่องทางการตลาดออนไลน์ และออฟไลน์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างราบรื่นเพื่อสร้างประสบการณ์แบรนด์ที่เหนียวแน่น และมีส่วนร่วมสำหรับลูกค้า ช่องทางเหล่านี้อาจรวมถึง อีเมล โซเชียลมีเดีย แอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ และร้านค้า หรืองานกิจกรรม ดังนั้น จุดมุ่งหมายของการตลาดแบบหลายช่องทาง คือ การสร้างการส่งข้อความที่ราบรื่นระหว่างช่องทางต่างๆ แต่ละช่องทางควรทำงานร่วมกันเพื่อสร้างข้อความ และเสียงที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับแบรนด์ของคุณ ตัวอย่างเช่น กลยุทธ์การตลาดแบบหลายช่องทางจะห้ามการส่งข้อความ SMS เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งไปยังบุคคลที่เพิ่งซื้อผลิตภัณฑ์นั้น การตลาดหลายช่องทางแบบง่าย อาจช่วยขจัดความสับสนได้: ลูกค้าได้รับข้อความ SMS เกี่ยวกับโปรโมชั่นขณะซื้อของในร้านค้า อีเมลส่งเสริมการขาย จะแจ้งเตือนผู้รับให้ตรวจสอบ แล้ว กล่องจดหมาย มีไปรษณียบัตรพร้อมคูปองไปส่งอีกครั้ง นักช้อปปิ้งถูกกำหนดเป้าหมายใหม่ใน Facebook ด้วยสินค้าที่พวกเขาละทิ้งในตะกร้าสินค้าออนไลน์ Omnichannel Vs Multichannel Marketing แม้ว่าทั้งสองวิธีเกี่ยวข้องกับการใช้หลายช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า แต่ความแตกต่าง คือ จุดโฟกัสของแต่ละกลยุทธ์ ตัวอย่างเช่น การตลาดแบบ Omnichannel มุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์แบบบูรณาการที่ราบรื่นสำหรับลูกค้าในทุกจุดสัมผัส ในทางตรงกันข้าม การตลาดแบบ Multichannel จะใช้ช่องทางต่างๆ อย่างอิสระ และมุ่งเน้นไปที่ความต้องการของธุรกิจเอง Multichannel Marketing แบรนด์เป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณ การสื่อสารแบบคงที่เป็นหลัก โดยมีข้อความที่ค่อนข้างเหมือนกัน ส่งผ่านหลายช่องทาง ช่องไม่อัปเดต และปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ช่องทำงานอย่างอิสระ Omnichannel Marketing ลูกค้าเป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณ ข้อความจะเปลี่ยน และปรับให้เข้ากับวิธีที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ของคุณ พฤติกรรมของลูกค้าแจ้งการอัพเดทในแต่ละช่องทาง

Read More »

Answer Engine Optimization (AEO)

Answer Engine Optimization (AEO) คือ กระบวนการปรับแต่งเนื้อหาเพื่อให้สามารถตอบคำถามของผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน กระชับ และตรงประเด็น โดยมุ่งเน้นให้เนื้อหาปรากฏในผลลัพธ์ชั้นนำของเครื่องมือค้นหา เช่น Featured Snippets, Knowledge Panels, หรือคำตอบในระบบผู้ช่วยดิจิทัล เช่น Siri, Google Assistant, Alexa รวมถึงการค้นหาด้วย AI เช่น ChatGPT หรือ

Read More »
Dwell Time

Dwell Time

Dwell Time Dwell Time ในบล็อกโพสต์นี้ จะให้คำจำกัดความที่ชัดเจนอธิบายว่าเหตุใดจึงมีความสำคัญใน SEO และ ต้องแสวงหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพ Dwell Time คือระยะเวลาระหว่างช่วงเวลาที่ผู้ใช้คลิกที่ผลการค้นหา และในช่วงเวลาที่ผู้ใช้กลับไปที่หน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา (Search Engine) เวลาที่ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา(SEO) มีความสำคัญเนื่องจากมีศักยภาพในการบอกเครื่องมือค้นหาว่า หน้าเว็บ มีประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างไร หากผู้ใช้คลิกผ่านไปยังหน้าเว็บจากผลการค้นหา แต่หลังจากดูอย่างรวดเร็วแล้วกดปุ่มย้อนกลับบนเว็บเบราว์เซอร์ แสดงว่าหน้าเว็บนั้นไม่ได้ให้ข้อมูลที่ต้องการ แต่ถ้าผู้ใช้คนนั้นค้างอยู่บนหน้านั้นสักพักก่อนที่จะกลับไปที่ผลการค้นหา (หรือไม่กลับไปที่ผลการค้นหาเลย) เนื้อหานั้นจะส่งสัญญาณไปยังเครื่องมือค้นหา (Search Engine) ว่าหน้านั้น ตรง กับคำค้นหาที่ผู้ใช้งานต้องการ จากนั้นเครื่องมือค้นหา (Search Engine) สามารถใช้สัญญาณนั้นเพื่อตัดสินใจว่าจะแสดงหน้าเว็บนั้น สำหรับคำค้นหาที่คล้ายกันในอนาคตหรือไม่ Search

Read More »
BACKLINK 2023

BACKLINK 2023

BACKLINK 2023 การทำ BACKLINK เป็นเรื่องสำคัญในการเพิ่มความน่าเชื่อถือ และความน่าสนใจของเว็บไซต์ของคุณในสายงาน SEO ดังนั้นจึงมีหลักการ ทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ BACKLINK ดังนี้ : หลัก E-E-A-T (Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness): หลัก E-E-A-T เป็นหลักการที่ Google ใช้ในการประเมินคุณภาพของเว็บไซต์ และส่วนใหญ่สื่อนิเทศภายนอกก็จะพิจารณาคุณภาพของเว็บไซต์ด้วยหลักนี้ การทำ BACKLINK จากเว็บไซต์ที่มีความเชี่ยวชาญ อำนาจชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือสูง จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเป็นเอกลักษณ์ของเว็บไซต์ของคุณ ทฤษฎี YMYL (Your Money or Your Life): ทฤษฎี YMYL เน้นการวิเคราะห์เว็บไซต์ที่มีผลต่อชีวิตและการเงินของผู้ใช้ เช่น เว็บไซต์ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพ การเงิน หรือกฎหมาย เว็บไซต์ที่ต้องการทำ BACKLINK จากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือและความเชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวข้องมีความสำคัญเป็นพิเศษ ทฤษฎี User-Generated Content : ทฤษฎี User-Generated Content เน้นความสำคัญของเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น การทำ BACKLINK จากเว็บไซต์ที่มี User-Generated

Read More »

ความปลอดภัยของเว็บไซต์ และการพัฒนาความปลอดภัยของ TTT-WEBSITE

ความปลอดภัยของเว็บไซต์เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลปัจจุบัน เพราะเว็บไซต์มักจะเก็บข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งาน, ข้อมูลธุรกิจ, และเป็นช่องทางในการทำธุรกรรมต่างๆ หากเว็บไซต์ไม่ปลอดภัย อาจนำไปสู่ปัญหามากมาย การสูญเสียข้อมูล : ข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลส่วนตัว, ข้อมูลทางการเงิน อาจถูกขโมยหรือถูกทำลาย ความเสียหายต่อชื่อเสียง : หากเว็บไซต์ถูกโจมตี ผู้ใช้งานอาจสูญเสียความเชื่อมั่นในแบรนด์ ผลกระทบทางการเงิน: ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา, ค่าปรับจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, และการสูญเสียรายได้ การหยุดชะงักของธุรกิจ: เว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยอาจถูกปิดใช้งาน ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก การพัฒนาความปลอดภัยของเว็บไซต์จึงไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิค แต่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และผู้ใช้งานโดยรวม

Read More »

BACKLINK ยุคใหม่ 2025

Backlink การเชื่อมโยงกับ AI และการสร้างคุณค่าในโลกดิจิทัล ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน หรือการทำงานร่วมกับ API เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ระบบดิจิทัล การทำ Backlink เองก็จำเป็นต้องพัฒนาและปรับตัวตามแนวโน้มของโลกดิจิทัลเช่นเดียวกัน บทบาทของ AI จะไม่หยุดเพียงแค่การช่วยจัดอันดับ (Ranking) หรือการตรวจสอบคุณภาพของลิงก์ แต่จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้าง คุณค่า ในระยะยาวให้แก่แบรนด์และธุรกิจที่ปรับตัวได้ทัน การผสาน Backlink เข้ากับ

Read More »